ไรน์ลันด์-ฟัลส์

ประชากร: 4,049 ล้านคน

พื้นที่: 19,847 ตารางกิโลเมตร

เมืองหลวง: ไมนซ์

ไรน์ลันด์-ฟัลส์  

รัฐนี้ตั้งอยู่ตรงใจกลางเทือกเขาซีเฟอร์เกเบียร์เก ในรัฐนี้มีบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไรน์ระหว่างเมืองบิงเงนกับบอนน์ ซึ่งห้อมล้อมด้วยนิยายปรัมปรา และประดับประดาด้วยปราสาทเรียงราย จนเป็นที่แซ่ซ้องในหมู่กวี จิตรกร และคีตกวีนับไม่ถ้วนทีเดียว ดังนั้นจึงนับเป็นดินแดนอันมี ภูมิทัศน์แสนสวยอีกแห่งหนึ่ง ณ ที่นี้รวมทั้งที่ราบลุ่มแม่น้ำโมเซล ล้วนเต็มไปด้วยไร่องุ่นทำไวน์ที่มีชื่อเสียงขจรขจายทั่วโลกไร่องุ่นที่มีเสน่ห์ชวนชม ยังกระจายออกไปแถบสาขาของแม่น้ำไรน์ได้แก่แม่น้ำนาเฮ แม่น้ำลานกับแม่น้ำอาร์ อีกด้วย

แต่เศรษฐกิจของรัฐนี้แตกต่างหลากหลายมากไปกว่าเมื่อมองในแวบแรก เพราะในแง่หนึ่งนั้น ไรน์ลันด์-ฟัลส์เป็นศูนย์กลางการทำไร่องุ่น (สองในสามของพืชผลองุ่นได้มาจากที่นี่) แต่อีกแง่หนึ่งรัฐนี้ก็เป็นที่ตั้งของบริษัทเคมีขนาดใหญ่ คือบริษัทบาดิเช อนิลินอุนด์ โซดา ฟาบริค (บีเอเอสเอฟ) ที่เมืองลุควิกส์ฮาเฟน ซึ่งนับว่าเป็นโรงงานเคมีใหญ่ที่สุดในยุโรป อีกทั้งยังเป็นบริษัทผลิตใหญ่ที่สุดในรัฐ ตลอดจนเป็นผู้ผลิตไม้ และเป็นผู้ทำส่งสินค้าให้แก่ธุรกิจผลิตรถยนต์อีกด้วย ไม่เพียงแต่เท่านั้นอุตสาหกรรมอัญมณีที่เมืองอิดาร์-โอเบอร์ชไตน์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เซรามิคส์กับแก้วจากแถบเวสเตอร์วัลด์ และอุตสาหกรรมเครื่องหนังจากแถบเทือกเขาฮุนสร์รึค กับฟัลส์

มหาวิทยาลัย 4 แห่ง และวิทยาลัยเฉพาะด้าน 10 แห่ง เสนอมากกว่า 300 หลักสูตรให้แก่นักศึกษา แต่น้ำหนักสำคัญอยู่ที่การปรับขยายวิทยาลัยเฉพาะด้าน เพราะสามารถตอบสนองความต้องการการศึกษาอบรมที่มุ่งไปสู่ภาคปฏิบัติได้เป็นอย่างดี

คุณลักษณะของรัฐนี้ช่วยผลักดันให้รัฐก้าวเด่นออกมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทั้งนี้เพราะประกอบด้วยโครงข่ายของถนนออโตบาน และถนนหลวง ควบคู่ไปกับโยงใยเชื่อมต่อทางรถไฟและเส้นทางน้ำในแม่น้ำไรน์ และแม่น้ำโมเซล อีกทั้งแวดล้อมไปด้วยรัฐเพื่อนบ้านพร้อมด้วยศูนย์กลางอันแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ กล่าวคือแถบไรน์-ไมน์ ไรน์-เนคคาร์ และไรน์-รัวร์ ทั้งหมดล้วนเป็นเงื่อนไขที่ช่วยบันดาลให้ไรน์ลันด์-ฟัลส์เป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยชีวิตไม่มีการหยุดนิ่งใน

ทุกวันนี้

เมืองโคเบลนซ์ (มีประชากร 107,950 คน) ซึ่งมีเขตเมืองเก่ามิดชิดอยู่ภายใน ตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำโมเซล อันสวยงาม ส่วนเมืองไมน์ (มีประชากร 182,870 คน) เป็นศูนย์กลางของเทศกาลคาร์นีวัล จึงเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกในแต่ละปีให้มาเที่ยวชม ตัวเมืองหลวงของรัฐแต่เดิมเป็นแหล่งกำเนิดของเครื่องพิมพ์โดยกูเทนแบร์ก ในปัจจุบันเป็นเมืองมหาวิทยาลัยและศูนย์กลางการค้าเหล้าไวน์เยอรมัน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของโทรทัศน์ช่องสอง (แซดดีเอฟ) ด้วย เมืองที่ทรงเสน่ห์ชวนท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งคือทริเออร์ (มีประชากร 99,750 คน) ซึ่งมีประวัติย้อนกลับไปจนถึงโรมัน ดังจะเห็นได้จากประตูพอร์ทานิกรา อันเป็นประจักษ์พยาน เพราะเป็นประตูเมืองสง่างามสำหรับป้อมของชาวโรมัน เมืองที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเมืองชไปเออร์ อดีตที่ประทับของจักรพรรดิ (มีประชากร 49,850 คน) เมืองนี้มีโบสถ์มหึมาทรงโรมาเนสก์ตั้งอยู่ตรงกลางเมืองเลยทีเดียว

ไรน์ลันด์-ฟัลส์

Der Dom in Speyer