เสรีรัฐ ซัคเซน
ประชากร: 4,384 ล้านคน
พื้นที่: 18,413 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง: เดรสเดน
เสรีรัฐ ซัคเซน
ซัคเซนเป็นรัฐที่มีประชากรมากและหนาแน่นที่สุดในบรรดารัฐเยอรมันตะวันออก และมีประเพณีอุตสาหกรรมอันยาวนาน ก่อนหน้าสงครามโลกครั้งที่สองดินแดนสามเหลี่ยมซึ่งประกอบด้วยเมืองเดรสเดน ไลพ์ซิกกับเคมนิทซ์ เคยเป็นหัวใจด้านการอุตสาหกรรมของเยอรมนี แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงแล้วปรากฏว่าเกิดมีการผลิกผันโครงสร้างอย่างมหาศาล โดยที่มีชนชั้นกลางที่หลากหลาย และทรงประสิทธิภาพเกิดขึ้นพร้อมกับสถานประกอบการมากกว่า 132,000 แห่ง
จะเห็นได้ว่า อนาคตปรากฏตัวเป็นที่น่าประทับใจยิ่งในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเมืองไลพ์ซิก ไพรบวร์ก เดรสเดน และเคมนิทซ์ คู่ไปกับ 12 วิทยาลัยเฉพาะด้านกับอีก 5 วิทยาลัยศิลปกรรม และสถาบันอุดมศึกษานานาชาติเมืองซิทเทา โดยทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นโครงสร้างมหาวิทยาลัยที่หลายหลากที่สุดในบรรดารัฐเยอรมันตะวันออกด้วยกัน ทิศทางอันชัดเจนที่มหาวิทยาลัยมุ่งไปสู่คือสาขาวิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ เป็นผลจากคุณลักษณะที่ตั้งของซัคเซน ในการพัฒนาและเผยแพร่ผลิตภัณฑ์และระบบเทคนิคต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ไมโคร และนาโน บริษัททางด้านเทคโนโลยีระดับสูงในรัฐนี้ ได้แก่ อินฟินิออน เอเอ็มดี และวัคเคอร์และซิลโทรนิค เอจีในเมืองไฟรบวร์ก
ในเวลาเดียวกันซัคเซนก็มีพระราชวังอันตระการตา ตลอดจนอุทยานและสวนอันงดงามวิจิตรให้ชื่นชม นอกจากพระราชวังเดรสเนอร์ ซวิงเงอร์ ก็ยังมีพระราชวังโมริทซ์บวร์ก ราเมนเอา พระราชวังกลางน้ำคลัฟเฟนบัค พระราชวังกับอุทยานฟิลนิทซ์ และสวนแห่งไฮเดเนา-โกรสเซคลิทซ์ อีกด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้แก่ “ถนนสายเงิน” ในเทือกเขาแอร์ซ กับ “ถนนสายไวน์แห่งซัคเซน” ตลอดจนเทศกาลต่าง ๆ อีกมากมาย
ไลฟ์ซิก (มีประชากร 439,208 คน) เป็นเมืองแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มีมหกรรมหนังสือและอุตสาหกรรม คณะออร์เคสตร้าของเกวันด์เฮาส์ และคณะนักร้องประสานเสียงโทมาเนอร์ เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของไลฟ์ซิกคือเทศกาลที่อุทิศให้โยฮัน เซบาส เตียน บัค ชาวเมืองผู้มีชื่อเสียง ไลฟ์ซิกอันเป็นมหานครในรัฐซัคเซนได้สมัครเข้าแข่งขันเป็นเจ้าภาพ การกีฬาโอลิมปิกส์ใน พ.ศ. 2555 อีกเมืองหนึ่งที่น่าชมคือ เกอร์ลิทซ์ (มีประชากร 64,260 คน) ริมแม่น้ำไนเซ อันเป็นเมืองทางด้านตะวันออกสุดของเยอรมัน ที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งก่อสร้างทางโกธิคและเรเนสซองส์ เมืองเลื่องชื่ออีกแห่งหนึ่งคือ ไมเซน (มีประชากร 29,500 คน) เพราะผลิตเครื่องกระเบื้องเคลือบ โดยโรงงานกระเบื้องเคลือบของรัฐ ส่วนเมืองเดรสเดน (มีประชากร 477,807 คน) อันเป็นเมืองหลวงนั้นได้ฟื้นฟูความงดงามในอดีต จากความพินาศหายนะในสงครามโลก กลับคืนมาได้อย่างมาก มหานครริมแม่น้ำเอลเบแห่งนี้รอคอยให้มาเดินชมเขตในเมือง อันประกอบด้วยสิ่งก่อสร้าง อนุสรณ์จากสมัยเรเนสซองส์ และบาร็อค นั่นคือ พระราชวังซวิงเงอร์ โรงละครโอเปร่าเซมเพอร์ บรึลเชแทราสเซ และพระราชวังเรสิเดนซ์ ตลอดจนโบสก์เฟราน์เคียร์เซ ซึ่งผ่านการบูรณะปฏิสังขรณ์แล้วด้วยดี เมืองถัดไปคือเคมนิทซ์ เมืองอุตสาหกรรม (มีประชากร 259,246 คน) ในช่วง พ.ศ. 2496 ถึง พ.ศ. 2533 เมืองนี้มีชื่อว่า คาล-มาร์กซ์ ชตัดท์ ในเมืองนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสานสร้างขยายจากสิ่งก่อสร้างของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมันเดิม