ซัคเซน-อันฮัลท์
ประชากร: 2,581 ล้านคน
ประชากรต่อตารางกิโลเมตร: 128คน
เมืองหลวง: มักเดบวร์ก
ซัคเซน-อันฮัลท์
แม่น้ำเอลเบไหลผ่านรัฐซัคเซน-อันฮัลท์ ด้วยความยาว 300 กิโลเมตร กล่าวคือตั้งแต่เนินไร่องุ่นริมแม่น้ำซาเล กับอุนชทรุทอันเป็นเขตเพาะปลูกองุ่นเหนือสุดของเยอรมนี ผ่านเขตอุตสาหกรรมรอบเมืองฮัลเล และบิทเทอร์เฟลด์ ไปจนถึงแถบอัลท์มาร์คทางตอนเหนือผืนแผ่นดินตามแนวที่ราบมักเดบวร์ก และไหล่เทือกเขาฮาร์ซ นับว่าเป็นพื้นที่กสิกรรมอันอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง มีการเพาะปลูกธัญพืช หัวบีทรูท มันฝรั่ง และพืชผักต่าง ๆ
ทางด้านเศรษฐกิจนั้นซัคเซน-อันฮัลท์ ได้พัฒนามาเป็นรัฐที่น่าสนใจสำหรับบริษัททั้งในและนอกประเทศ หลังจากการรวมประเทศ ดังเช่น บริษัทไบเออร์ในเมืองบิทเทอร์เฟลด์ ผลิตยาเม็ดแอสไพรินอันเลื่องชื่อ ส่วนในเมืองโวลเฟนก็มีบริษัทสหรัฐผู้ผลิตกระจกแบบราบ คือ บริษัทการ์เดียนอินดัสตรีส์ บริษัทนี้คือผู้ผลิตกระจกประดับโดมของอาคารรัฐสภาในเบอร์ลิน กล่าวได้ว่าในบรรดารัฐทางตะวันออกนั้น ซัคเซน-อันฮัลท์ มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากที่สุด สาขาธุรกิจที่งอกงามอย่างมากได้แก่ เคมีอันมีประเพณียาวนาน รวมกับธุรกิจการอาหาร และการนำส่งเพื่ออุตสาหกรรมรถยนต์ โดยโรงงานผลิตนับว่าทันสมัยในระดับโลกที่เดียว รัฐนี้ร่วมมือกับรัฐซัคเซน พัฒนาภูมิภาคฮัลเล-ไลฟ์ซิก จนกลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีพันธุกรรม และชีววิทยา พร้อมกันนั้นวิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสารสมัยใหม่ในรัฐนี้ก็ขยายตัวเติบโตขึ้นตลอดมาเช่นกัน
มหาวิทยาลัยใหม่ล่าสุดในเยอรมนีคือมหาวิทยาลัยออทโท-ฟอนกือริเค เพราะเพิ่งผ่านการสถาปนาเมื่อ พ.ศ. 2536 นี้เอง นอกจากนั้นก็ยังมีมหาวิทยาลัยมาร์ทิน-ลูเธอร์ ที่เก่าแก่ถึง 300 ปี ชื่อว่า มหาวิทยาลัยฮัลเล-วิทเทนแบร์ก และมหาวิทยาลัยศิลปกรรมกับการออกแบบที่บวร์ก กีบิเชนชไตน์ เมืองฮัลเล
เมืองมักเดบวร์ก (มีประชากร 231,450 คน) เป็นทั้งศูนย์กลางทางการเมืองและทางอุตสาหกรรม เมืองท่าภายในสำคัญ และอดีตเมืองที่ประทับของพระราชาคณะบิชอบ ประกอบด้วยโบสก์วิหาร ดังนั้นจึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่เต็มไปด้วย ประวัติศาสตร์ เมืองถัดไปคือเมืองเนาม์บวร์ก (มีประชากร 30,213 คน) เป็นเมืองเจ้าของจัตุรัสมาร์คพลัทซ์สวยที่สุดในเยอรมนีตอนกลางเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีโบสถ์ทรงโรมาเนสก์ตอนปลาย ประดับด้วยประติมากรรมผู้อุปถัมภ์ขนาดเท่าคนจริง 12 ชิ้น ส่วนเมืองประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งคือฮัลเบอร์ชตัดท์ (มีประชากร 42,957 คน) เมืองเควดลินบวร์ก (มีประชากร 25,478 คน) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมโลกโดยยูเนสโก เพราะมีเขตเมืองเก่าในประวัติศาสตร์ เรียงรายด้วยพระราชวัง โบสถ์จากการอุปถัมภ์ และทรัพย์สินประจำโบสถ์ เมืองอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกันได้แก่ แวร์นิเกโรเด (มีประชากร 35,516 คน) ซึ่งตั้งอยู่ชายเทือกเขาฮาร์ซ ในเมืองประดับด้วยบ้านแต่งเครื่องไม้แบบโบราณ เมืองฮัลเลริมแม่น้ำซาเล
(มีประชากร 247,763 คน) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในรัฐซัคเซน-อันฮัลท์ เมืองวิทเทนแบร์กเป็นเมืองเกิดของลูเธอร์ (มีประชากร 50,000 คน) ส่วนเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางอาณาจักรสวนเดสเซา-เวอร์ลิทซ์ และเป็นเจ้าของอาคารเบาเฮาส์อันลือชื่อ คือเดสเซาเมืองนี้ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมโลก แล้วเช่นกัน