การอพยพเข้ามาและสิทธิการลี้ภัย
อนุสนธิจากการผนึกกันของสหภาพยุโรป ร่วมกับการล่มสลายของอาณาบริเวณตะวันออก และการอพยพเข้าของผู้คนจากประเทศแถบเอเชียกับอัฟริกาทำให้มีผู้คนอันมีที่มาแตกต่างกันไป จำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในหลายสิบปีที่ผ่านมา เยอรมนีเปิดประเทศรับผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัยสงครามเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงนับได้ว่าเป็นผู้นำทางด้านเสรีภาพในการเลือกที่อยู่อาศัย ตลอดจนเสรีภาพในการประกอบอาชีพ และการตั้งถิ่นฐานภายในสหภาพยุโรป
เยอรมนีมุ่งจะบูรณาการผู้คนจากประเทศและกลุ่มวัฒนธรรมอื่น เข้าด้วยกัน ด้วยเหตุนี้นโยบายของรัฐบาลสหพันธ์ฯ จึงเป็นการกำกับและจำกัด การเพิ่มจำนวนชาวต่างชาติ ด้วยกฎหมาย โดยอนุโลมตามผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และภารกิจทางมนุษยธรรมของเยอรมนีไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังมีการจัดสรรทรัพยากรอันมีคุณวุฒิสูงเพื่อตำแหน่งงานต่าง ๆ ซึ่งยังไม่อาจดำเนินการได้ทั้งที การว่างงานยังสูงมากในขณะนี้ ดังนั้นจึงช่วยให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ อีกทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้แก่เศรษฐกิจและวิทยาการของเยอรมันด้วย นอกเหนือจากนั้นคือวัตถุประสงค์ในอันที่จะปรับสิทธิในการกำกับให้ง่ายขึ้น ตลอดจนกระชับกระบวนการลี้ภัยเช่นกัน
เยอรมนีต้อนรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองจำนวนมาก รัฐธรรมนูญเยอรมันคือกฎหมายพื้นฐานนั้นให้ความคุ้มครองจากการคุมคามทางการเมืองในรูปของสิทธิพื้นฐานของปัจเจกบุคคล ในพ.ศ. 2536 สิทธิในการลี้ภัย แสดงถึงภารกิจอันแท้จริง นั่นคือ ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่ถูกคุมคามทางการเมืองด้วยเหตุนี้ ชาวต่างชาติที่มาจากประเทศที่สามอันปลอดภัย จึงไม่สามารถอ้างอิงด้วยสิทธิพื้นฐานข้อนี้ได้อีกต่อไป นอกจากนั้นเยอรมนียังรักษาสิทธิ โดยมิได้ละเมิดสนธิสัญญาการลี้ภัยแห่งเจนีวา ในอันที่จะจัดทำรายชื่อประเทศต่าง ๆ ที่ไม่มีการคุกคามทางการเมือง ตามข้อมูลของทางการ และเพราะฉะนั้นจึงไม่มีสิทธิในการลี้ภัยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในเยอรมนีผู้ขอลี้ภัยทุกคนสามารถใช้สิทธิทางศาลได้เสมอ และดำเนินการได้จนขึ้นไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ นับแต่ พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา ปรากฏว่าจำนวนผู้ขอลี้ภัยลดลงอย่างต่อเนื่อง
ดังจะเห็นได้ว่าในแต่ละปีใน พ.ศ. 2535 มีผู้ขอลี้ภัยถึง 438,191 คน และลดลงต่ำกว่า 100,000 คน ตั้งแต่ พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา และใน พ.ศ. 2545 มีเพียง 71,127 คน