สัญชาติ

เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2543 นั้นบทบัญญัติอันสำคัญในกฎหมายใหม่เพื่อปฏิรูปสิทธิเกี่ยวกับสัญชาติ มีผลบังคับใช้ เด็กที่เกิดในเยอรมนีโดยมีบิดามารดาต่างชาติ จะได้สัญชาติเยอรมัน โดยกำเนิด แต่เงื่อนไขในการนี้ก็คือ บิดาหรือมารดาต้องพำนักอยู่ในเยอรมนีถูกต้องตามกฎหมายมาแปดปีแล้ว โดยมีสิทธิในการพำนัก และได้ใบอนุญาตให้พำนักโดยไม่มีกำหนดเวลามาก่อนสามปี แต่ถ้าเด็กมีสัญชาติอื่น โดยกำเนิดให้เลือกได้เมื่อบรรลุนิติภาวะระหว่างสัญชาติเยอรมันกับสัญชาติอื่น    

กฎหมายมอบสิทธิการเข้าเป็นพลเมืองตามกำหนดโดยเงื่อนไขเดียวกันให้แก่เด็ก ซึ่งยังมีอายุไม่ครบ 10 ปี ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2543 ไม่เพียงเท่านั้น ชาวต่างชาติทั้งชายและหญิงก็มีสิทธิโอนสัญชาติ เมื่อผ่านไป 8 ปีแทนที่จะเป็น 15 ปีแต่เดิม สิทธิดังกล่าวนี้ผูกพันกับความรู้ภาษาเยอรมันอย่างเพียงพอ รวมกับการยอมรับรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี แต่มี ข้อจำกัดเพื่อป้องกัน ประการใหม่ ซึ่งขัดขวางการโอนสัญชาติในชาวต่างชาติที่มีแนวคิดการเมืองอันรุนแรงสุดโต่ง ตามหลักการนั้นการโอนสัญชาติย่อมหมายถึงการยกเลิกสัญชาติเดิม อย่างไรก็ตามยังมีข้อยกเว้นที่บัญญัติในกฎหมาย กล่าวคือ ถ้ามีการยื่นคำร้องของสัญชาติอื่นให้สัญชาติเยอรมันเป็นอันจบสิ้นไปโดยปริยาย ทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับข้อที่ว่าบุคคลนั้นยังคงมีที่อยู่อาศัยในประเทศเยอรมนีหรือไม่ พร้อมกันนั้นก็ยังเปิดโอกาสให้สามารถขออนุมัติดำรงสัญชาติเยอรมันต่อไปได้ สำหรับผู้อพยพรุ่นหลังจากยุโรปตะวันออกจะได้สัญชาติเยอรมันโดยอัตโนมัติ เมื่อได้รับใบรับรองผู้อพยพ

บุคคลผู้กำกับดูแลผลประโยชน์ของพลเมืองชาวต่างชาติ คือ ผู้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลสหพันธ์ฯ เพื่อประเด็นปัญหาต่าง ๆ ทางด้านนโยบายชาวต่างชาติ อีกทั้งดำเนินการเจรจาร่วมกับนักการเมืองทั้งจากเยอรมนีและต่างชาติ ตลอดจนร่วมกับผู้แทนพันธมิตรทางสังคม และกลุ่มสังคมอื่น ๆ นอกจากนั้นยังเป็นคู่เจรจากับองค์กรทางด้านกิจการเกี่ยวกับชาวต่างชาติ และสานสัมพันธ์ต่อเนื่องกับสถานเอกอัครราชทูตของบรรดาประเทศ ซึ่งทรัพยากรกำลังงานและเดินทางมาเยอรมนี พร้อมทั้งดำเนินการเจรจากับผู้แทนรัฐบาลในประเทศนั้น ๆ อีกด้วย

สัญชาติ