คำแนะนำเรื่องการจดทะเบียนสมรส

1. การจดทะเบียนสมรสระหว่างบุคคลสัญชาติไทยกับบุคคลสัญชาติเยอรมัน

1.1. การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย

คู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันจะต้องนำ “หนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้” ในประเทศไทย (เรียกเป็นภาษา เยอรมันว่า Ehefähigkeitszeugnis) ซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 เดือนมาแสดงที่สถานทูตฯ เพื่อขอให้สถานทูตฯ ออก “หนังสือรับรอง” (Konsularbescheinigung) และนำไปแสดงต่อนายทะเบียนของไทย ณ สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ ที่คู่สมรสทั้งสองประสงค์จะจดทะเบียนสมรสกัน ตามกฎหมายไทยจะยื่นขอจดทะเบียนสมรสที่สำนักทะเบียนของเขตหรืออำเภอใดก็ได้โดยมิต้องนัดหมายล่วงหน้า แต่ทั้งนี้สำนักทะเบียนแต่ละแห่งอาจจะจำกัดจำนวนคู่สมรสที่สามารถจดทะเบียนให้ได้ในแต่ละวันไว้ เช่น สำนักงานเขตบางรัก เป็นต้น เมื่อมีผู้ยื่นความประสงค์จะจดทะเบียนสมรสครบจำนวนคู่ตามที่กำหนด สำนักทะเบียนก็ไม่สามารถรับดำเนินการจดทะเบียนสมรสให้ได้อีก

การจดทะเบียนสมรสในสถานทูตเยอรมันไม่สามารถกระทำได้ และการสมรสตามประเพณีศาสนา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ณ สำนักทะเบียนของเขตหรือที่ว่าการอำเภอ จะไม่เป็นที่ยอมรับของประเทศเยอรมนี รวมทั้งการจดทะเบียนสมรสกับบุคคลเพศเดียว กัน และการทำสัญญาสมรสแบบ Partnership ไม่สามารถกระทำได้ในประเทศไทย

ขั้นตอนในการขอ “หนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้”

คู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันจะต้องยื่นคำร้องขอหนังสือดังกล่าวต่อทางสำนักทะเบียนที่ตนมีถิ่นพำนักสังกัดในประเทศเยอรมัน ในกรณีที่ไม่มีถิ่นพำนักในประเทศเยอรมันต้องยื่นคำร้องขอไปยังสำนักทะเบียนเยอรมันที่ผู้ร้องเคยแจ้งพำนักอยู่เป็นครั้งสุดท้าย แบบฟอร์มคำร้องขอรับได้ที่สถานทูต สำนักทะเบียนเยอรมัน หรือจากเว็บไซต์ www.berlin.de/standesamt1/partnerschaft ทั้งนี้ในการยื่นคำร้องคู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันจะต้องแสดงเอกสารของคู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทยต่อนายทะเบียนเยอรมันด้วย เพราะนายทะเบียนจะต้องตรวจสอบว่าคู่สมรสทั้งสองมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายเยอรมันที่จะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่

เอกสารของคู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันมีดังนี้ *

  • หนังสือเดินทาง หรือ บัตรประชาชน
  • ใบรับรองถิ่นพำนักในประเทศเยอรมัน หรือ ใบแจ้งย้ายสำมะโนครัวออกจากประเทศเยอรมัน
  • สูติบัตร
  • คำพิพากษาหย่าที่มีตราประทับรับรองว่ามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย หรือ มรณบัตรของคู่สมรสเดิม

 เอกสารของคู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทยมีดังนี้ *

  • หนังสือเดินทาง หรือ บัตรประชาชน
  • สูติบัตร หรือ หนังสือรับรองการเกิดที่มีรายละเอียดครบถ้วนเช่นเดียวกับสูติบัตร
  • สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร (ต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองความถูกต้องแล้ว)
  • คำร้องเกี่ยวกับงานทะเบียนครอบครัวจากสำนักทะเบียนกลาง ที่แจ้งผลการตรวจสอบข้อมูลการสมรส-การหย่า

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีสถานภาพโสด

  • หนังสือรับรองสถานภาพที่ระบุว่าเป็นบุคคลที่ไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับผู้ใด **

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีสถานภาพหม้าย

  •  หนังสือรับรองสถานภาพที่ระบุว่าหลังจากที่คู่สมรสเสียชีวิตแล้ว ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสใหม่กับผู้ใดอีก **
  • ทะเบียนการสมรส พร้อมบันทึก (คร. 2) และ/หรือใบสำคัญการสมรส
  • มรณบัตรของคู่สมรส

 เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีสถานภาพหย่า

  • หนังสือรับรองสถานภาพที่ระบุว่าหลังจากหย่าจากคู่สมรสเดิมแล้วยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสใหม่กับผู้ใดอีก **
  • ทะเบียนการสมรส พร้อมบันทึก (คร. 2) กับคู่สมรสเดิม
  • ทะเบียนการหย่า พร้อมบันทึก (คร. 6) กับคู่สมรสเดิม
  • ใบสำคัญการหย่า (คร. 7)
  • คำพิพากษาของศาลเรื่องหย่า และหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด (เฉพาะผู้ร้องที่หย่าตามคำพิพากษาของศาลเท่านั้น)
  • ในบางกรณี อาจต้องแสดงหนังสือรับรองการหย่าจากหน่วยงานยุติธรรมในประเทศเยอรมนี ว่าการหย่าของไทยเป็นที่ยอมรับของเยอรมันแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่หย่าโดยความสมัครใจ ณ สำนักทะเบียนเขตหรืออำเภอในประเทศไทย แบบฟอร์มคำร้องขอให้รับรองการหย่า ขอได้ที่สถานทูตฯ สำนักทะเบียนเยอรมัน หรือจาก www.berlin.de/sen/justiz/struktur/a2_ausl_scheidg_hinw.html

    ข้อมูลเรื่องการรับรองการหย่านี้ ดูได้จากแผ่นคำแนะนำของสถานทูตฯ (เป็นภาษาเยอรมันเท่านั้น ไม่มีภาษาไทย)

* หมายเหตุ เอกสารที่ระบุไว้ในที่นี้ไม่อาจถือเป็นสิ้นสุดได้ ทั้งนี้เพราะนายทะเบียนเยอรมันมีสิทธิ์ที่จะเรียกเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีก สถานทูตฯ จึงใคร่ขอแนะนำให้ผู้ร้องสอบถามจากนายทะเบียนเยอรมันโดยตรง เพื่อให้แน่ใจว่าเตรียมเอกสารได้ครบถ้วน

** หมายเหตุ หนังสือรับรองสถานภาพออกโดยสำนักงานเขตหรืออำเภอที่ผู้ร้องแจ้งพำนัก และต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือ

เอกสารของคู่สมรสสัญชาติไทย ติดต่อขอได้จากสำนักทะเบียนในสังกัด สถานทูตฯ ไม่มีหน้าที่ช่วยจัดหาเอกสารให้ ในการยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนเยอรมัน ท่านจะต้องแนบเอกสารพร้อมคำแปลภาษาเยอรมันด้วย และโดยปกติเอกสารต้นฉบับภาษาไทย จะต้องผ่านการรับรองความถูกต้อง (Legalisationsvermerk) หรือรับรองเอกสารไม่ปลอมแปลง (Echtheitsvermerk) จากสถานทูตก่อน ในการขอให้สถานทูตฯ รับรองเอกสารทั้ง 2 แบบนี้ ท่านไม่จำเป็นต้องแสดงคำแปลต่อทางสถานทูตฯ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องแสดงเอกสารต่อนายทะเบียนเยอรมัน ท่านจะต้องแนบคำแปลภาษาเยอรมันไปด้วยเสมอ

การแปลเอกสารเป็นภาษาเยอรมัน

สถานทูตฯ ขอแนะนำให้ใช้บริการแปลเอกสารจากล่ามที่ได้รับอนุญาตจากศาลในประเทศเยอรมนี ท่านสามารถติดต่อขอรับรายชื่อล่ามได้ที่สถานทูตฯ หรือดูได้ที่นี่ สำนักงานแปลในประเทศไทย [pdf, 91.26k]
ในกรณีที่ท่านมีฉบับแปลอยู่แล้ว และแปลโดยล่ามที่มิได้รับการอนุญาตจากศาลหรือขึ้นทะเบียนต่อศาลในประเทศเยอรมนี ท่านควรติดต่อล่ามหรือผู้แปลที่ได้รับอนุญาตจากศาลในประเทศเยอรมนีอีกครั้ง เพื่อขอให้ตรวจสอบรับรองคำแปลนั้นๆ เสียก่อน จึงจะนำไปแสดงต่อนาย ทะเบียนเยอรมันได้ ทั้งนี้ สถานทูตฯ ไม่มีบริการตรวจสอบรับรองคำแปลให้

การแปลเอกสารไทยเป็นภาษาเยอรมันจะดำเนินการแปลในประเทศไทยหรือประเทศเยอรมนีก็ได้ แต่ทั้งนี้สถานทูตฯ ขอแนะนำให้ใช้บริการแปลจากล่ามหรือผู้แปลคนเดียว เพื่อที่การสะกดชื่อเฉพาะต่างๆ ในเอกสารจะได้ถูกต้องตรงกันทุกฉบับ เพราะล่ามแต่ละคนก็มีวิธีการถ่ายทอดภาษาไทยเป็นตัวสะกดภาษาเยอรมันที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจทำให้หน่วยราชการเยอรมันสับสนได้

การรับรองความถูกต้องของเอกสาร และการรับรองเอกสารไม่ปลอมแปลง

จุดประสงค์ก็เพื่อให้เอกสารของท่านเป็นที่ยอมรับของทางการเยอรมัน นายทะเบียนของเยอรมันจะเป็นผู้แจ้งให้ท่านทราบว่าเอกสารของท่านจำเป็นต้องผ่านการรับรองความถูกต้อง หรือรับรองไม่ปลอมแปลงโดยสถานทูตเยอรมันหรือไม่ กรณีที่ต้องรับรอง ท่านสามารถยื่นคำร้องด้วยวาจาได้โดยตรงที่สถานทูตฯ หรือจะยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ ถ้าผู้ร้องไม่สามารถมายื่นคำร้องได้ด้วยตนเอง สามารถมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ แต่ทั้งนี้จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของเอกสารมาแสดงด้วย การยื่นคำร้องให้รับรองความถูกต้องของเอกสาร และ/หรือ รับรองเอกสารไม่ปลอมแปลง ท่านจะต้องยื่นเอกสารต้นฉบับภาษาไทย (ตัวจริง) พร้อมสำเนาอย่างละ 2 ชุด (การยื่นขอให้รับรองทั้ง 2 แบบ นี้ ไม่จำเป็นต้องยื่นคำแปลต่อสถานทูตฯ การรับรองความถูกต้องของเอกสาร สถานทูตฯ จะทำการตรวจสอบโดยเปรียบเทียบตัวอย่างลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนาม เมื่อถูกต้องก็จะทำการประทับตรารับรองให้ ส่วนเอกสารที่สถานทูตฯ ไม่มีตัวอย่างลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ สถานทูตฯ ก็จะดำเนินการรับรองเอกสารไม่ปลอมแปลงโดยส่งสำเนาเอกสารไปยังหน่วยราชการนั้นๆ เพื่อขอให้ตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นเอกสารไม่ปลอมแปลงจริง ทั้งนี้จะใช้เวลา ดำเนินการราว 6 - 8 สัปดาห์ ในบางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านี้ ทั้งนี้เพราะต้องตรวจสอบเอกสารกับหน่วยราชการของไทย ระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับความร่วมมือของหน่วยราชการไทยด้วย โดยปกติเมื่อดำเนินการรับรองเสร็จสถานทูตฯ จะแจ้งให้ผู้ร้องทราบเพื่อมารับเอกสารคืน หรือถ้าประสงค์จะให้ส่งไปยังหน่วยราชการหรือคู่หมั้นในประเทศเยอรมนีก็สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ผู้ร้องต้องแจ้งความประสงค์ให้ชัดเจนในขณะที่ส่งมอบเอกสาร เพราะจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการจัดส่งด้วย

การชำระค่าธรรมเนียม

กรณียื่นคำร้องโดยตรงที่สถานทูตฯ ผู้ร้องจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในวันที่ยื่นคำร้อง กรณีที่ผู้ร้องประสงค์ จะให้ส่งเอกสารไปประเทศเยอรมนีและเก็บเงินค่าธรรมเนียมปลายทาง ผู้รับปลายทางจะต้องมีหนังสือยืนยันต่อสถานทูตว่าจะรับผิด ชอบค่าธรรมเนียมทั้งหมดก่อน (Kostenübernahmeerklärung) และเมื่อดำเนินการรับรองเอกสารเรียบร้อยแล้ว สถานทูตฯ ก็จะจัดการส่งเอกสารพร้อมใบแจ้งหนี้ไปยังที่อยู่ของผู้รับปลายทาง (แบบฟอร์มรับรองการชำระค่าธรรมเนียมขอรับได้ที่สถานทูตฯ หรือจะเขียนคำรับรองเองก็ได้เช่นกัน) นอกเหนือจากค่าธรรมเนียม (ปัจจุบันฉบับละ 25 - 45 เหรียญยูโร โดยให้ชำระเป็นเงินสกุลบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวัน) สถานทูตฯ จำเป็นต้องเรียกเก็บค่าโทรศัพท์ดำเนินการรายละ 100 บาท (2 เหรียญยูโร) สำหรับการติดต่อกับหน่วยราชการไทยด้วย สำหรับการจัดส่งเอกสารไปยังผู้รับปลายทางในประเทศเยอรมนี ท่านต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 200,-- บาท (5 เหรียญยูโร) สำหรับการจัดส่งภายในประเทศไทย ท่านสามารถติดต่อ “บริษัทไปรษณีย์ไทย” ซึ่งมีตัวแทนให้บริการอยู่ที่ห้องรับแขกแผนกกงสุลในสถานทูตฯ รายละเอียดเรื่องนี้ดูได้จากเว็บไซต์ของสถานทูตฯ

คำแนะนำเรื่องการขอวีซ่า

สำหรับผู้ร้องที่มีสถานภาพหย่า และเป็นการหย่าโดยความสมัครใจต่อหน้านายทะเบียนของไทย

สถานทูตฯ ขอแนะนำให้ยื่นขอให้รับรองความถูกต้องของเอกสาร หรือ รับรองเอกสารไม่ปลอมแปลงด้วย เพราะท่านจะต้องยื่นคำร้องเป็นพิเศษอีกฉบับต่อกระทรวงยุติธรรมในประเทศเยอรมนีให้รับรองการหย่าของท่านในประเทศไทยเสียก่อน นายทะเบียนของเยอรมันจึงจะพิจารณาเอกสารอื่นๆ ของท่านและออกหนังสือสำคัญให้ทำการจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยได้ ท่านสามารถขอรับแบบฟอร์มคำร้องเรื่องรับรองการหย่าได้ที่สถานทูตฯ สำนักทะเบียนเยอรมัน หรือจากเว็บไซต์ www.berlin.de/sen/justiz/struktur/a2_ausl_scheidg_hinw.html

กรณีที่คู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันเคยจดทะเบียนหย่าตามกฎหมายของต่างประเทศ ก็ต้องยื่นคำร้องแบบนี้ต่อทางเยอรมันเช่นกัน เอกสารที่ต้องแนบไปพร้อมแบบฟอร์มคำร้องนี้ อาทิ เช่น คำพิพากษาหย่า ทะเบียนการสมรส ทะเบียนการหย่า ใบสำคัญการหย่า พร้อมคำแปลภาษาเยอรมัน เมื่อการหย่าเป็นที่ยอมรับของทางการเยอรมันแล้ว นายทะเบียนจึงจะออกหนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้ (Ehefähigkeitszeugnis) ให้แก่ท่าน

ในการขอให้ออกหนังสือรับรองเพื่อแสดงต่อนายทะเบียนของไทย (Konsularbescheinigung)  

จะต้องแสดงหนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้ (มีอายุการใช้ไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออก และหนังสือฉบับนี้ สถานทูตฯ จะเก็บไว้ไม่คืนให้) หนังสือเดินทางของคู่สมรสทั้งสอง และในส่วนของคู่สมรสสัญชาติเยอรมันต้องแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลของตนในรูปของแบบสอบ ถามต่อสถานทูตฯ ด้วย (แบบสอบถามโหลดได้จากเว็บไซต์ของสถานทูตฯ) ได้แก่ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ รายได้ ชื่อบริษัทหรือนายจ้างที่ทำงาน ภาระผูกพัน เช่นค่าเลี้ยงดู/เลี้ยงชีพ ชื่อและที่อยู่ของบุคคลอ้างอิง 2 คน กรณีคู่สมรสมีบุตรร่วมกันแล้ว ขอให้นำสูติบัตรของบุตรมาแสดงด้วย เพื่อที่สถานทูตฯ จะได้สะกดชื่อคู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันเป็นภาษาไทยได้อย่างถูกต้องตรงกับการสะกดในสูติบัตรของบุตร ข้อมูลดังกล่าวเหล่านี้เป็นสิ่งที่หน่วยราชการไทยต้องการและจะปรากฎอยู่ในหนังสือรับรองที่สถานทูตออกให้ (เป็นภาษาเยอรมันพร้อมคำแปลภาษาไทย) สถานกงสุลกิติมศักดิ์ของเยอรมันที่จังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ตไม่สามารถออกหนังสือรับรองเช่นว่านี้ได้ ระยะเวลาดำเนินการออกหนังสือรับรอง 3 - 4 วัน (วันทำการ) ท่านสามารถส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวข้างต้นให้สถานทูตฯ ดำเนินการล่วงหน้าได้ทั้งทางไปรษณีย์ หรือทาง อีเมล์ แต่ทั้งนี้ในวันที่นัดหมายกับสถานทูตฯ ว่าจะมารับหนังสือรับรอง คู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันจะต้องมาเซ็นชื่อรับหนังสือรับรองด้วยตนเองเท่านั้น และจะต้องแสดงเอกสารต้นฉบับทั้งหมด ได้แก่ หนังสือสำคัญที่แสดงว่าสามารถจดทะเบียนสมรสได้ หนังสือเดินทางของคู่สมรส (ในกรณีไม่ได้นำหนังสือเดินทางตัวจริงมาแสดง สามารถใช้สำเนาหนังสือเดินทางที่ผ่านการรับรองจากหน่วยราชการเยอรมันแล้วแสดงแทนได้) หลังจากนั้นจะต้องนำหนังสือรับรองที่ได้รับจากสถานทูตฯ ไปประทับตราอีกครั้งที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จึงจะเป็นที่ยอมรับของนายทะเบียนของไทยในการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสได้ ทั้งนี้สถานทูตฯ ไม่มีบริการนำหนังสือไปรับรองยังกระทรวงการต่างประเทศให้ท่าน

1.2. การจดทะเบียนสมรสในประเทศเยอรมนี

คู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทยจะต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อจุดประสงค์การจดทะเบียนสมรสต่อทางสถานทูตฯเท่านั้น (ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะมีผลทำให้ถูกขับออกนอกประเทศได้) ในการยื่นคำร้องขอวีซ่า คู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทยจะต้องแสดงเอกสารที่ใช้ในการจด ทะเบียนสมรสเช่นเดียวกับที่กล่าวไปแล้วในข้อ 1 ซึ่งเอกสารต้นฉบับภาษาไทยจะต้องผ่านการรับรองความถูกต้องของเอกสาร หรือ การรับรองไม่ปลอมแปลงจากสถานทูตฯ ด้วย การแปลเอกสารสามารถ ทำได้ทั้งในประเทศไทยและในประเทศเยอรมนี ในการยื่นขอจดทะเบียนสมรสต่อสำนักทะเบียนเยอรมัน คู่สมรสทั้งสองฝ่ายจะต้องแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขอจด ทะเบียนสมรสที่เรียกว่า Anmeldung zur Eheschließung (ขอรับแบบฟอร์มได้ที่สำนักทะเบียนเยอรมัน หรือที่สถานทูตฯ) และแสดงเอกสาร ทั้งหมดของคู่สมรสต่อนายทะเบียนเยอรมัน ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายสัญชาติไทยไม่สามารถแจ้งความประสงค์ได้ด้วยตนเอง เพราะยังพำนักอยู่ในประเทศไทย ก็สามารถมอบอำนาจให้คู่สมรสฝ่ายสัญชาติเยอรมันไปแจ้งความประสงค์แทนตนได้

โดยต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร เรียกว่า Vollmacht zur Anmeldung der Eheschließung แบบฟอร์มนี้ท่านสามารถขอรับได้ที่สถานทูตฯ สำนักทะเบียนเยอรมัน หรือจากเว็บไซต์ของสำนักทะเบียนเมืองเบอร์ลิน www.berlin.de/standesamt1/partnerschaft สถานทูตฯ ขอแนะนำให้สอบถามนายทะเบียน ที่เกี่ยวข้องในประเทศเยอรมนีด้วยว่า นอกเหนือไปจากเอกสารที่ระบุไว้ในคำแนะนำฉบับนี้ นายทะเบียนเยอรมันต้องการเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อท่านจะได้จัดเตรียมเอกสารได้ทันเวลา

สำหรับ ผู้ที่ประสงค์จะไปจดทะเบียนเพื่อใช้ชีวิตคู่ร่วมกับบุคคลเพศเดียวกัน โปรดสอบถามเอกสารที่จะต้องใช้แสดงต่อทางการเยอรมันจากสำนักทะเบียนที่เกี่ยว ข้องโดยตรง โดยปกติแล้ว ก็จะใช้เอกสารแบบเดียวกับการจดทะเบียนสมรสระหว่างชาย-หญิง

การแปลเอกสารไทยเป็นภาษาเยอรมันจะดำเนินการแปลในประเทศไทยหรือประเทศเยอรมนีก็ได้ แต่ทั้งนี้สถานทูตฯ ขอแนะนำให้ใช้บริการแปลจากล่ามหรือผู้แปลคนเดียว เพื่อที่การสะกดชื่อเฉพาะต่างๆ ในเอกสารจะได้ถูกต้องตรงกันทุกฉบับ เพราะล่ามแต่ละคนก็มีวิธีการถ่ายทอดภาษาไทยเป็นตัวสะกดภาษาเยอรมันที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจทำให้หน่วยราชการเยอรมันสับสนได้

คำแนะนำเรื่องการจดทะเบียนสมรส

Hochzeit