การวิจัยและพัฒนาเพื่ออนาคตร่วมกัน

Forschung und Entwicklung ขยายภาพ (© Jimmi Larsen, colourbox) การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และกระบวนการที่ดีขึ้นเป็นสิ่งที่ขาไม่ได้ในความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างเยอรมัน-ไทย การแลกเปลี่ยนสินค้าทำให้เกิดความท้าทายใหม่อยู่ตลอดเวลาและจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากสองกรณี ดังนี้:

การกำหนดค่าสารเคมีที่เข้มงวดในอาหาร เช่น ปริมาณการใช้ยาฆ่าแมลงเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ส่งออกต้องตรวจสอบสินค้าของตนอย่างละเอียดและเป็นไปตามมาตรฐาน พนักงานในห้องตรวจสอบจึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เยอรมนีจึงให้การสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมเพื่อเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยเป็น ครัวของโลกในตลาดการค้าโลกอย่างแท้จริง ดังนั้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 สถาบันฟิสิกส์และมาตรวิทยาแห่งเยอรมนี จึงได้ให้คำปรึกษาแก่สถาบันมาตรวิทยาแห่งประเทศไทยในการพัฒนาระบบบริการด้านเทคโนโลยีมาตรวัดที่ครอบคลุม

อนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 มูลนิธิเพื่อการวิจัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (DFG) ได้ลงนามในข้อตกลงกับสภาวิจัยแห่งชาติ” (NRC) เพื่อร่วมสนับสนุนทางการเงินในการจัดการสัมมนาและโครงการวิจัยร่วมกัน ทำให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ เช่น ด้านพลังงานหมุนเวียนให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ตัวอย่างดังกล่าวเป็นตัวแทนเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเยอรมันและไทยซึ่งเกิดขึ้นมากมาย

นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างสองประเทศยังมีความยั่งยืนและแน่นแฟ้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในความสำเร็จดังกล่าวได้แก่ การนำนักศึกษาไทยไปเข้าร่วมหลักสูตรฤดูร้อนของสถาบันอิเล็คตรอนและซินโครตอน (DESY)  เมืองฮัมบวร์ก